WWW.HOON.IN.TH
เอมอร คชเสนี
ไมเกรน..ไม่หาย แต่เลี่ยงได้
| ไมเกรน คือ โรคปวดศีรษะชนิดหนึ่ง มักปวดข้างเดียว มีอาการปวดเป็นพักๆ เป็นๆ หายๆ อาการมีตั้งแต่รุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก ระยะเวลาในการปวดแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 4-7 ชั่วโมง อาการปวดศีรษะจะรุนแรงมากขึ้นอีก เมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกาย และในขณะที่มีอาการปวด มักจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย |
||||
สาเหตุของไมเกรน ไมเกรนเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเส้นเลือดและเส้นประสาทรอบๆ สมอง ระบบประสาทของผู้ป่วยไมเกรนจะไวต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนปกติ ระบบประสาทจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดอาการอักเสบดังกล่าวขึ้น และมีอาการปวดอย่างรุนแรงตามมา แพทย์ไม่สามารถตรวจโดยใช้ห้องปฏิบัติการเพื่อบอกว่าอาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นคือไมเกรนหรือไม่ แต่จะวินิจฉัยโรคโดยการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยจะถามถึงลักษณะการปวด ตำแหน่งที่ปวด ความรุนแรงของอาการปวด อาการนำหรืออาการเตือนก่อนปวด อาการร่วม ระยะเวลาที่ปวดในแต่ละครั้ง และความถี่ของการปวด เป็นต้น การรักษาไมเกรน ไมเกรนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็มีวิธีที่ช่วยให้ความถี่และความรุนแรงลดน้อยลง โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และการใช้ยา ยาไมเกรน แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ยาแก้ปวดไมเกรน และยาป้องกันไมเกรน ยาแก้ปวดไมเกรน คือยาที่ใช้เมื่อมีอาการปวด ส่วนยาป้องกันไมเกรน ใช้เพื่อทำให้ความถี่และความรุนแรงของการปวดลดลง จะใช้ในกรณีที่มีอาการปวดมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน ยาทั้งสองกลุ่มมีหลายชนิด จะเลือกใช้ชนิดใด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรน 1.อาหาร การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา และการรับประทานอาหารบางประเภท ซึ่งจะกล่าวโดยละเอียดต่อไป 2.การนอนหลับ การนอนหลับมากหรือน้อยเกินไป 3.ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายมีความสัมพันธ์กับการเกิดไมเกรน ผู้หญิงจำนวนมากที่เป็นไมเกรนมักจะมีอาการปวดในช่วงที่มีประจำเดือน ความรุนแรงและระยะเวลาในการปวดมักจะมากกว่าในช่วงอื่น นอกจากนี้การตั้งครรภ์ในช่วงเดือนแรกๆ ก็มักจะทำให้ปวดไมเกรนมากขึ้น 4.สิ่งแวดล้อม อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง เช่น อากาศร้อน หรือการอยู่กลางแดด กลิ่นบางอย่าง เช่น น้ำหอม ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรือการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ 5.ความเครียด ทางการแพทย์มีข้อยืนยันว่าความเครียดก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้เช่นกัน |
||||
1.ช็อกโกแลต พบว่าในช็อกโกแลตมีสารชนิดหนึ่งที่มีผลต่อการลดระดับสารเซโรโทนินในสมอง สารเซโรโทนินทำหน้าที่ควบคุมเสียงกับความปวด และการหดหรือการขยายตัวของหลอดเลือดในสมอง จึงเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวข้องกับการเป็นไมเกรน อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด 2.กาเฟอีน พบในชา กาแฟ และเครื่องดื่มบางประเภทที่มีการผสมกาเฟอีน สำหรับคนที่ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน ถ้าได้รับกาเฟอีนมาก หรือคนที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนเป็นประจำ เมื่อดื่มน้อยลง ก็จะทำให้ร่างกายได้รับกาเฟอีนน้อยกว่าที่เคยได้รับเป็นปกติ ทั้งสองกรณีดังกล่าวอาจทำให้เกิดไมเกรนได้ วิธีแก้ไขก็คือค่อยๆ ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน แต่อย่าหยุดโดยทันที ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ แล้วจึงงดดื่มในที่สุด วิธีนี้จะทำให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวได้ 3.สารแทนนินและไทรามีน สารแทนนินเป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่ในอาหาร เช่น ชา กาแฟ ช็อกโกแลต ไวน์แดง ส่วนสารไทรามีนเป็นสารลดระดับเซโรโทนินในร่างกาย ซึ่งมีอยู่ในกล้วยสุกงอม ช็อกโกแลต เบียร์ เนยที่เก็บไว้นานๆ เมล็ดพืชบางประเภท และถั่วต่างๆ อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนเกี่ยวกับการกระตุ้นให้เกิดไมเกรน 4.ไวน์แดงและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในไวน์แดงมีสารไทรามีนและฟลาโวนอยด์ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทก็สามารถก่อให้เกิดไมเกรนได้เช่นกัน คนที่เป็นไมเกรนอยู่แล้ว แค่จิบเบียร์ วิสกี้ หรือไวน์ เพียงเล็กน้อยก็กระตุ้นให้เกิดอาการได้ เพราะในเครื่องดื่มเหล่านั้นมีสารลดระดับเซโรโทนิน แต่ต้องแยกให้ออกว่าเป็นไมเกรนหรือเป็นอาการปวดหัวจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากๆ (hang over) ซึ่งเกิดจากร่างกายขาดน้ำ โดยเฉพาะบริเวณสมอง 5.น้ำตาลเทียม ผงชูรส และสารเจือปนอาหารอื่นๆ ก็สามารถก่อให้เกิดไมเกรนได้ อย่างไรก็ตาม อาหารที่ช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของไมเกรนก็มีเหมือนกัน ได้แก่ อาหารที่มีวิตามินบี 12 สูง เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม เนยแข็ง หรือเสริมวิตามินบี 12 (400 มิลลิกรัมต่อวัน) แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอาหารประเภทใดที่ทำให้เกิดไมเกรน แต่ก็มีแนวโน้มว่าอาหารมีส่วนทำให้เกิดไมเกรนได้ ซึ่งแต่ละคนอาจตอบสนองต่ออาหารที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงควรหมั่นสังเกต อาจใช้วิธีจดบันทึกอาหารและเครื่องดื่มที่รับประทานแล้วทำให้เกิดไมเกรน เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้น |
เอมอร คชเสนี








