ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา


Currency Exchange



TMD Weather

ดาวโจนส์พุ่งขึ้น 284.54 จุด

พิมพ์ PDF
WWW.HOON.IN.TH

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 10,258.99 จุด พุ่งขึ้น284.54 จุด ด้านน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 3.04 ดอลล์ ปิดที่74.55 ดอลล์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นแข็งแกร่งเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ค.เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลหลังจากจีนได้ออกมาปฏิเสธรายงานของ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ที่ระบุว่าจีนกำลังทบทวนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลยุโรป

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ทะยานขึ้น 284.54 จุด หรือ 2.85% ปิดที่ 10,258.99 จุด ดัชนี S&P 500 ดีดขึ้น 35.11 จุด หรือ 3.29% ปิดที่ 1,103.06 จุด และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 81.80 จุด หรือ 3.73% ปิดที่ 2,277.68 จุด

ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.4 พันล้านหุ้น ลดลงเมื่อเทียบกับวันพุธที่ผ่านมาที่ 1.9 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 2,885 ต่อ 220 หุ้น

ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นขานรับข่าวที่ว่า สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารจัดการทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนที่มีมูลค่า สูงถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานของไฟแนนเชียล ไทม์ส ที่ระบุว่า SAFE กำลังทบทวนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลยุโรป พร้อมกับยืนยันว่ารายงานดังกล่าวของไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

แถลงการณ์ยืนยันของ SAFE มีขึ้นหลังจากไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า SAFE ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มผู้บริหารธนาคารต่างชาติที่กรุงปักกิ่ง เพื่อหารือและทบทวนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลยุโรป ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดเสถียรภาพด้านการเงินในยุโรป ซึ่งข่าวดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกและฉุดดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงหลุด จากระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 เดือนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (26 พ.ค.)

ข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลและมองข้ามข้อมูลเศรษฐกิจ ที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยการประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์รวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาสแรกปีนี้ว่า จีดีพีไตรมาสแรกขยายตัวในอัตรา 3% ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ครั้งแรกว่าขยายตัว 3.2% ต่อปี และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัว 3.4% ต่อปี

หุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้นแข็งแกร่งสุด โดยหุ้นอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ปิดพุ่ง 5.7% ส่วนหุ้นบีพีปิดบวก 7% หลังจากบริษัทยืนยันว่า การจัดการกับน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโกมีความคืบหน้าขึ้นมาก

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันศุกร์ โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในกรุงนิวยอร์กเดือนพ.ค.

สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (27 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กทะยานขึ้น แข็งแกร่ง เพราะได้แรงหนุนจากการที่จีนได้ออกมาปฏิเสธข่าวการทบทวนการถือครองพันธบัตร รัฐบาลยุโรป นอกจากนี้ นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบหลังจากสำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่ง ชาติของสหรัฐคาดว่า ฤดูพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกปี 2553 อาจมีพายุเฮอริเคนก่อตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 ปี

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 3.04 ดอลลาร์ ปิดที่ 74.55 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 74.10 - 74.10 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 7.87 เซนต์ ปิดที่ 1.9994 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินเดือนก.ค.ดีดขึ้น 6.85 เซนต์ ปิดที่ 2.0389 ดอลลาร์/แกลลอน

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน พุ่งขึ้น 2.92 ดอลลาร์ ปิดที่ 74.66 ดอลลาร์/บาราเรล สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ทะยานขึ้นกว่า 3 ดอลลาร์เนื่องจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นนิวยอร์กช่วยให้นักลงทุนมีความเชื่อ มั่นในการลงทุนมากขึ้น โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ หลังจากสำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารจัดการทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนที่มีมูลค่า สูงถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานของไฟแนนเชียล ไทม์ส ที่ระบุว่า SAFE กำลังทบทวนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลยุโรป พร้อมกับยืนยันว่ารายงานดังกล่าวของไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

SAFE ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ยุโรปจะสามารถพลิกฟื้นสถานะทางการเงินให้กลับมามีเสถียรภาพได้ และกล่าวด้วยว่าตลาดยุโรปถือเป็นหนึ่งในตลาดการลงทุนหลักของจีน

นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังได้แรงหนุนหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยการ ประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์รวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาสแรกปีนี้ว่า จีดีพีไตรมาสแรกขยายตัวในอัตรา 3% ซึ่งแม้ว่าต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ครั้งแรกว่าขยายตัว 3.2% ต่อปี แต่นักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงฟื้นตัว

สำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ (NOAA) คาดการณ์ว่า ฤดูพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกปี 2553 อาจมีพายุเฮอริเคนก่อตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งเป็นปีที่พายุเฮอริเคนแคทรินา และริต้า กระหน่ำชายฝั่งสหรัฐจนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการผลิตน้ำมัน

นักลงทุนจับตาดูสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก หลังจากทางการสหรัฐระบุว่าเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลครั้งนี้รุนแรงมากกว่า เมื่อครั้งที่เรือบรรทุกน้ำมัน Exxon Valdez เกยตื้นที่รัฐอลาสก้าของสหรัฐ

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา