14 พฤษภาคม 2010
ตลาดหุ้นสหรัฐยังไม่นิ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยปิดตลาดติดลบลงไปค่อนข้างแรงอีกครั้งหนึ่ง โดยมีปัจจัยลบจากมาจากกาคาดการณ์ยอดขายปลีกของห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ ประกอบกับหุ้นในกลุ่มการเงินยังไม่เสถียรนัก
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดติดลบลงไป 113.96 จุด หรือ 1.05% ไปอยู่ที่ 10,782.95 จุด เอสแอนด์พี-500 ติดลบ 14.23 จุด หรือ 1.21% ไปอยู่ที่ 1,157.44 จุด และ แนสแดก ติดลบ 30.66 จุด หรือ 1.26% ไปอยู่ที่ 2,394.36 จุด
นักลงทุนถอดใจกันเมื่อวานนี้หลังจากที่ “โคลห์” ห้างสรรสินค้ารายใหญ่ ที่คาดการณ์ว่ายอดขายปลีกของบริษัทในปีนี้ไม่น่าจะดีนัก ทำให้ราคาหุ้นของ บริษัทร่วงลงไปทันที 5.8% นอกจากนั้น หุ้นในกลุ่มธนาคาร ยังร่วงลงกันหลายตัวหลังจากที่มีรายงานว่า อัยการรัฐนิวยอร์ค เตรียมที่จะเข้าไปตรวจสอบธนาคาร 8 แห่ง ว่า ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับอนุพันธ์อสังหาริมทรัพย์ไม่ให้บริษัทจัดอันดับเครดิต รับรู้หรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดวิกฤติการเงินขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้
นอกจากนั้น ตัวเลขผู้เคลมสิทธิประโยชน์จากการว่างงานครั้งแรก ประจำสัปดาห์ที่แล้ว ได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 448,000 ราย มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันเอาไว้ที่ 440,000 ราย ซึ่งปัญหาการว่างงานกำลังกลับกลายมาเป็นที่หวาดวิตกกันอีกครั้ง โดย เมื่อเดือนที่แล้ว อัตราการว่างงานของสหรัฐกระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 9.9% แล้วด้วย
ขณะเดียวกัน ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐได้มีความเห็นต่อปัญหาวิกฤติหนี้ในยุโรป ระบุว่า แม้ว่าสถานะของภาคการเงินในสหรัฐจะเริ่มดีขึ้นนับตั้งแต่วิกฤตปี 2008 เป็นต้นมา แต่ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในยุโรปนั้นได้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของภาคการ เงินที่ซุกอยู่ข้างใน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดทุนยังมีความเสี่ยง
โดนัลด์ โคห์น รองประธานเฟด กล่าวว่า เพราะว่าตลาดทุนนั้นยังคงมีความเปราะบาง เฟด จึงจำเป็นที่จะต้องนำโครงการสวอปค่าเงินดอลลาร์กับสกุลเงินอื่นๆกลับมาใช้ อีกครั้งร่วมกับธนาคารกลางต่างชาติอีก 5 แห่ง คือ ธนาคารกลางแคนาดา, ยุโรป, สวิส, ญี่ปุ่น และอังกฤษ
ด้านราคาน้ำมันดิบเบาที่ตลาดไนเม็กซ์ ปรับลดลงอีก 1.25 เหรียญสหรัฐ ลงมาอยู่ที่ 74.40 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลล์ ส่วนราคาทองคำ นั้นเริ่มอ่อนแรงลงแล้วหลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ลดลงไป 13.90 เหรียญ มาอยู่ที่ 1,228.80 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์







