WWW.HOON.IN.TH
เอเจนซี/เอเอฟพี - ราคาน้ำมันขยับเหนือ 83 ดอลลาร์ สูงสุดในรอบเกือบ 18 เดือนเมื่อวันพุธ(31) จากปัจจัยดอลลาร์อ่อนค่ากลบข่าวร้ายข้อมูลพลังงานสำรองสหรัฐฯ ขณะที่วอลล์สตรีท ปิดลบ หลังพบตัวเลขอันน่าผิดหวังในภาคแรงงาน
สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 1.39 ดอลลาร์ ปิดที่ 83.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2008 ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน เพิ่มขึ้น 1.42 ดอลลาร์ ปิดที่ 82.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันขยับขึ้นอย่างแรง เป็นผลมาจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร แม้ว่าเงินสหรัฐฯ จะแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 3 เดือนหากเทียบกับสกุลเยนของญี่ปุ่นก็ตาม
ปัจจัยจากดอลลาร์ที่แข็งค่านี้ได้กลบความเศร้าหมองทางอุปสงค์ในชาติ ผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดในโลก กรณีสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ(อีไอเอ) ระบุในรายงานว่าสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.9 ล้านบาร์เรล เป็น 354.2 ล้านบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เหนือกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหหมายว่าจะปรับขึ้นราว 2.1 ล้านบาร์เรล
รายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่าคลังน้ำมันเบนซิน ก็เพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 มีนาคม สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดหมายว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ สำหรับวันสุดท้ายของการซื้อขายในไตรมาสแรกเมื่อวันพุธ(31) หลังรายงานตัวเลขการปลดคนงานภาคเอกชนอันน่าหดหู่กลบความหวังต่อการฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจ
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ลดลง 50.64 จุด (0.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 10,856.78 จุด แนสแดค ลดลง 12.73 จุด (0.53 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,397.96 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 3.85 จุด (0.33 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,169.42 จุด
ก่อนตลาดเปิด มีผลสำรวจการจ้างงานภาคเอกชนในสหรัฐฯ ที่จัดทำโดย ADP ระบุว่ามีการปลดคนงานภาคเอกชนถึง 23,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม ขณะที่นักวิเคราะห์คาดหมายว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 40,000 ตำแหน่งในภาคเอกชนนี้ที่คิดเป็น 2 ใน 3 ของตลาดแรงงานในสหรัฐฯ
01 เมษายน 2010
ราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเกือบ18เดือน-หุ้นมะกันปิดลบ|
|
||
สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 1.39 ดอลลาร์ ปิดที่ 83.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2008 ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน เพิ่มขึ้น 1.42 ดอลลาร์ ปิดที่ 82.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันขยับขึ้นอย่างแรง เป็นผลมาจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร แม้ว่าเงินสหรัฐฯ จะแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 3 เดือนหากเทียบกับสกุลเยนของญี่ปุ่นก็ตาม
ปัจจัยจากดอลลาร์ที่แข็งค่านี้ได้กลบความเศร้าหมองทางอุปสงค์ในชาติ ผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดในโลก กรณีสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ(อีไอเอ) ระบุในรายงานว่าสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.9 ล้านบาร์เรล เป็น 354.2 ล้านบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เหนือกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหหมายว่าจะปรับขึ้นราว 2.1 ล้านบาร์เรล
รายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่าคลังน้ำมันเบนซิน ก็เพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 มีนาคม สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดหมายว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ สำหรับวันสุดท้ายของการซื้อขายในไตรมาสแรกเมื่อวันพุธ(31) หลังรายงานตัวเลขการปลดคนงานภาคเอกชนอันน่าหดหู่กลบความหวังต่อการฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจ
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ลดลง 50.64 จุด (0.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 10,856.78 จุด แนสแดค ลดลง 12.73 จุด (0.53 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,397.96 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 3.85 จุด (0.33 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,169.42 จุด
ก่อนตลาดเปิด มีผลสำรวจการจ้างงานภาคเอกชนในสหรัฐฯ ที่จัดทำโดย ADP ระบุว่ามีการปลดคนงานภาคเอกชนถึง 23,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม ขณะที่นักวิเคราะห์คาดหมายว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 40,000 ตำแหน่งในภาคเอกชนนี้ที่คิดเป็น 2 ใน 3 ของตลาดแรงงานในสหรัฐฯ








