นายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าจากการที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 8,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับราคายางให้สูงขึ้นในปีนี้ โดยวิธีการให้สหกรณ์ชาวสวนยาง สหกรณ์การเกษตรระดับจังหวัด กลุ่มเกษตรกร เป็นผู้รวบรวมยางจากสมาชิกแล้วเก็บเข้าสต๊อก เพื่อรอการขายช่วงเวลาที่ราคายางสูงขึ้น ซึ่งทางชสยท.ได้มีนโยบายตั้งแต่ต้นแล้วว่า หากรัฐบาลให้สถาบันเกษตรกรเป็นผู้รวบรวมยางจะใช้วิธีทำตลาดต่างประเทศเอง จากเดิมเมื่อสหกรณ์รวบรวมยางแล้วจะส่งผ่านให้กับผู้ส่งออกยางพาราทันที โดยมีกำไรบ้างเล็กน้อยบางครั้งก็ขาดทุนเพราะสหกรณ์ไม่มีเงินทุนหมุนเวียน แต่จากการได้รับงบประมาณจากรัฐบาลมาเป็นทุนหมุนเวียนปลอดดอกเบี้ยจนถึงสิ้นปีนี้ ทำให้มีเวลาเก็บสต๊อกสินค้าเพื่อรอการขาย เพราะฉะนั้นจึงมีนโยบายขายตรงต่างประเทศ
เมื่อเร็วๆนี้คณะผู้บริหารของชสยท. ได้ร่วมคณะนายอำนวย ปะติเส ในฐานะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ) คณะผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพบปะกับผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ของจีน พบกับผู้ใช้ยางได้แก่ผู้บริหารบริษัท Ling Long จำกัด ผู้ผลิตยางล้อรถยนต์รายใหญ่ 1 ใน6 ของจีน และพบกับผู้ประกอบการคลังสินค้าในจีน
จากการพบปะกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยางพาราของจีน นับเป็นนิมิตหมายที่ดีมาก เพราะทางบริษัท Ling Long ในฐานะผู้ผลิตและผู้ใช้ยางพารารายใหญ่ แจ้งให้ทราบว่าปกติมีความต้องการใช้ยางทั้งยางแผ่นรมควันชั้น3 และยางแท่งประมาณ 12,000 ตันต่อเดือน จากความต้องการใช้ดังกล่าวยินดีที่จะซื้อโดยตรงจากสมาชิกสหกรณ์ชาวสวนยางของไทย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการคลังสินค้าที่เมืองชิงเต่าของจีน สนใจร่วมมือกับชสยท.ให้ชสยท.นำสินค้ายางพาราไปพักไว้ที่คลังสินค้าของเขาเพื่อรอขาย โดยผู้ประกอบการคลังสินค้าพร้อมที่จะหาลูกค้าเพื่อรับซื้อยางพาราให้ด้วย ซึ่งเขาจะได้ประโยชน์จากค่าเช่าฝากเก็บสินค้า
"เวลานี้ทางบริษัท Ling Long มีความต้องการยางพารา รอเพียงทางฝ่ายสหกรณ์ชาวสวนยางแต่และจังหวัดรวบรวมส่งมอบให้เท่านั้น หลังจากนี้ทางสหกรณ์ชาวสวนยางจะดำเนินการรวบรวม เพราะเวลานี้มีหลายจังหวัดที่ได้รับอนุมัติงบแล้ว นับเป็นความสำเร็จของชสยท.ที่สามารถจะเปิดตลาดต่างประเทศได้เป็นครั้งแรกด้วยตนเอง"นายเพิกกล่าวและว่า
ที่ผ่านมาสหกรณ์ชาวสวนยางจังหวัดต่างๆเมื่อรวบรวมยางจากสมาชิกแล้วจะขายให้กับผู้ส่งออกของไทย และเชื่อว่าวิธีการนี้จะเป็นประโยชน์ทุกฝ่ายทั้งเกษตรกร รัฐบาล เพราะหากบริหารการซื้อการขาย ชสยท.มีกำไรจะนำงบประมาณคืนให้กับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องสูญเสียงบประมาณ เพราะวิธีการดังกล่าวไม่ใช่การรับจำนำราคาต่ำแล้วนำออกขายตลาดราคาถูกเหมือนสินค้าเกษตรอื่นๆ"
ด้านนายหลักชัย กิตติพล นายกสมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า การที่ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จะดำเนินธุรกิจส่งออกยางไปต่างประเทศ ไม่ถือว่าเป็นการแข่งขันกับภาคเอกชน แต่เนื่องจากภาวะราคายางพารามีความเคลื่อนไหวขึ้นลงหวือหวามาก พ่อค้าส่งออกยางที่ดำเนินธุรกิจหลายปียังมีโอกาสพลาดต่อการคาดการณ์สถานการณ์ราคา เพราะฉะนั้นภาครัฐควรจะต้องคอยเป็นพี่เลี้ยงทั้งการซื้อและการขายให้กับเกษตรกรด้วย จะได้ไม่ประสบปัญหาขาดทุน และรัฐบาลจะได้ไม่สูญเสียงบประมาณซึ่งเป็นภาษีของประชาชน
แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ








