ส่งออกข้าวไทยชะลอตัวติดกัน 5 เดือน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผย สถานการณ์การส่งออกข้าวไทยมีแนวโน้มชะลอตัวติดต่อกัน 5 เดือน ขณะที่ราคาข้าวในตลาดโลกยังคงดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยมีการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 เดือนต่อเนื่องกัน จากปัจจัยกดดันทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยปัจจัยกดดันในประเทศคือ การกำหนดราคารับจำนำข้าวนาปีในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด ทำให้ผู้ส่งออกข้าวไทยเสียเปรียบในการแข่งขันในตลาดโลก
ส่วนปัจจัยกดดันจากภายนอกประเทศ คือ ประเทศคู่ค้าข้าวของไทยหันไปซื้อข้าวราคาถูกจากเวียดนาม รวมทั้งแหล่งผลิตข้าวใหม่คือ พม่าและกัมพูชา ซึ่งปริมาณการผลิตข้าวของทั้งสองประเทศในปีนี้เพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ประเทศผู้ผลิตและผู้นำเข้าข้าวหันไปขยายพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศ ทำให้การค้าข้าวในตลาดโลกลดลง
แนวโน้มราคาข้าวในช่วงที่เหลือของปี 2552 ยังมีปัจจัยที่ต้องพิจารณา คือ ระยะเวลาและราคาที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวพิจารณาเพื่อกลับเข้ามาซื้อข้าวในตลาดอีกครั้ง หลังจากที่สต็อกเริ่มลดลง หรือเมื่อผู้นำเข้ามองว่าราคาข้าวในตลาดโลกใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะส่งผลต่อราคาข้าวในช่วงที่เหลือของปี 2552 คือ ปริมาณผลผลิตข้าวนาปรัง ผลกระทบของสภาพอากาศต่อปริมาณผลผลิตข้าว ไม่ว่าจะเป็นภาวะภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงหรือน้ำท่วม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายข้าวของประเทศผู้ผลิตข้าวสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการกลับเข้าตลาดของอินเดีย รวมทั้ง การชะลอการส่งออกข้าวของเวียดนาม และการกำหนดราคารับจำนำข้าวนาปรังของไทย ตลอดจนการระบายสต็อกข้าวของไทย
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวในช่วงระยะสั้น หรือตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งนับเป็นปัจจัยที่ยังกดดันราคาข้าวในช่วงที่เหลือของปีนี้ เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยบวกและปัจจัยลบประกอบด้วยแล้ว ปัจจัยที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้กับราคาข้าวในช่วงที่เหลือของปีนี้คือ สภาพความผันผวนของสภาพอากาศและความกังวลถึงความมั่นคงทางด้านอาหารของแต่ละประเทศ
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์








