ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา


Currency Exchange



TMD Weather

ข้าวเวียดนาม-พม่าป่วนตลาดส่งออกข้าวไทยวูบ

พิมพ์ PDF
WWW.HOON.IN.TH

ข้าวเวียดนาม-พม่าป่วนตลาดส่งออกข้าวไทยวูบ

552000002038901

       ASTVผู้จัดการรายวัน-- ตลาดข้าวไทยต้นปีวูบลงแบบเห็นๆ อันเป็นอิทธิพลโดยตรงจากข้าวราคาถูกกว่าที่เวียดนามกำลังทุ่มออกสู่ตลาดโลก สถานการณ์ดูแย่ลงไปอีกเมื่อพม่าเป็นอีกเจ้าหนึ่งที่กำลังทุ่มข้าวราคาต่ำสุดๆ ตีตลาดแอฟริกากับเอเชียใต้ และยังมีปริมาณที่สามารถส่งออกได้ตลอดทั้งปีเกือบ 1 ล้านตัน

       สถานการณ์ดูย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อเวียดนามประกาศว่าปีนี้มีข้าวเหลือส่งออกถึง 6.4 ล้านตัน ขณะที่รัฐบาลขยายเป้าส่งออกจาก 4 ล้านตันในเดือน ม.ค. เป็นระหว่าง 4.5-5 ล้านตัน ในขณะนี้

       ตามรายงานของสมาคมผู้ส่งออกข้าว (Thai Rice Exporters Association) ยอดส่งออกข้าวไทยในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาลดลงถึง 38% ต่างไปจากเมื่อปีที่แล้วซึ่งยอดส่งออกพุ่งโลดและราคา เริ่มเชิดหัวจนกระทั่งทำสถิติสูงสุดเกือบ 1,000 ดอลลาร์ต่อตันในไตรมาสสองของปี หรือกว่านั่นสำหรับข้าวเกรดดีบางชนิด

       ยอดส่งออกในเดือน ม.ค.ลดลงเหลือเพียง 630,000 ตัน เทียบกับ 1.1 ล้านตันในเดือนเดียวกันปี 2551 สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างตัวเลขที่เปิดเผยโดยนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวฯ   

       "ยอดส่งออกข้าวของไทยลดลงเนื่องจากข้าวไทยราคาค่อนข้างสูง ทำให้เกิดช่วงห่างด้านราคาสูงกว่าข้าวเวียดนามประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อตัน" นายชูเกียรติกล่าว

       นายกสมาคมผู้ส่งออกฯ ยังกล่าวอีกว่า สถานการณ์เศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกยังส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทย รวมทั้งสิงคโปร์ลูกค้าประจำที่หันไปซื้อข้าวจากผู้ส่งออกรายอื่น

       ยอดส่งออกข้าวไทยพุ่งโลดเมื่อปีที่แล้วเช่นเดียวกันราคา หลังจากเวียดนามและอินเดียสองผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกได้ห้ามส่งออกเพื่อรักษาเสถียรภาพอาหารในประเทศ นอกจากนั้นราคาที่พุ่งสูงมื่อปีที่แล้วยังมีสาเหตุจากราคาปุ๋ยกับเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ตลาดโลกต้องการข้าวมากขึ้น รวมทั้งการนำที่ดินไปใช้ปลูกพืชน้ำมันมากขึ้นซึ่งส่งผลให้ผลิตพืชอาหารได้น้อยลง

       เดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ราคาข้าวหอมปทุมธานีของไทยพุ่งขึ้นสูงเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันราคาวูบลงเหลือราว 760 ดอลลาร์ต่อตัน เอเอฟพีกล่าว

"สถานการณ์เมื่อปีที่แล้วไม่ปกติและไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต ถึงกระนั้นการส่งออกของเราในเดือนมกราคมก็ต่ำกว่าปริมาณส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 800,000 ตัน" นายชูเกียรติกล่าว

ชาวนาในเขตรอบนอกกรุงฮานอยกำลังเร่งปักดำ ภาพ Reuters ถ่ายวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามควบคุมการซื้อขายข้าวในประเทศ โดยกำหนดให้ชาวนามีกำไรราว 40% จากการจำหน่ายผลผลิตฤดูต่างๆ ถึงกระนั้นข้าวเวียดนามก็ยังขายราคาถูกในตลาดโลกได้
นายกสมาคมผู้ส่งออกฯ คาดว่าปีนี้ไทยจะส่งออกข้าวระหว่าง 8.5-9.0 ล้านตัน ลดลงจาก 10 ล้านตันเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากมีปัจจัยอีกหลายอย่างกำหนด

นายชูเกียรติให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ว่า ยอดส่งออกเดือน ก.พ.นี้อาจจะลดลงต่ำกว่า 600,000 ตัน เทียบกับ 1.04 ล้านตันที่ส่งออกในเดือน ก.พ.2551

ขณะเดียวกันนางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศให้สัมภาษณ์ในวันอังคาร (17 ก.พ.) ว่า ราคาข้าวไทยในปีนี้อาจจะลดลงเหลือเพียง 530 ดอลลาร์โดยเฉลี่ยเป็นครึ่งต่อครึ่งจากตอนที่พุ่งขึ้นสูงสุดปีที่แล้ว

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศมีความเห็นเช่นเดียวกับนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวฯ โดยกล่าวว่าสถานการณ์ในตลาดโลกปีนี้จะกลับคืนสู่ภาวะปกติหลังจาก เกิดความแตกตื่นแย่งกันซื้อเมื่อปีที่แล้ว

ตามตัวเลขของกรมการค้าต่างประเทศ ในเดือน พ.ค.2551 ข้าวหอม 100% เกรด-บี ของไทยราคาพุ่งขึ้นเป็นตันละ 1,038 ดอลลาร์

เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนามกล่าวสัปดาห์ที่แล้วว่า ปีนี้จะมีข้าวเหลือบริโภคภายในประเทศและส่งออกได้ถึง 6.4 ล้านตัน เนื่องจากการผลิตในฤดูข้าวนาปีในเขตที่ราบปากแม่น้ำโขงได้ผลสูงเกิดคาด

       ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ไซ่ง่อนหยายฟง (Saigon Giai Phong) หรือ "ไซ่ง่อนปลดปล่อย" สัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เหวียนเติ๋นยวุ๋ง (Nguyen Tan Dung) ได้อนุมัติให้สมาคมอาหารเวียดนามหรือ VietFood (Vietnam Food Association) ปรับเป้าส่งออกประจำไตรมาสที่ 1 ให้เป็นระหว่าง 4.5-5.0 ล้านตัน ในขณะที่จะมีการส่งมอบข้าวเกือบ 900,000 ตันในเดือน ก.พ.นี้

       เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เวียดนามกับฟิลิปปินส์ได้เซ็นสัญญาซื้อขายข้าวผสมเมล็ดหัก 25% ปริมาณทั้งหมด 1.5 ล้านตัน โดยจะส่งมอบลอตแรก 1 ล้านตันระหว่างเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้

       ตามรายงานของสื่อทางการระหว่างเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้ ชาวนาในเขตที่ราบปากแม่น้ำโขงอันเป็นอู่ข้าวใหญ่ที่ผลิตข้าวได้ 60% ของทั้งประเทศ กำลังเก็บเกี่ยวข้าวในผืนนาที่เหลืออีกประมาณ 2 ใน 3 ของทั้งหมด สำหรับฤดูที่ผลิตข้าวได้ผลมากที่สุดประจำทุกปี

       ขณะเดียวกันชาวนาในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแดงทางภาคเหนือก็กำลังเร่งปักดำข้าวฤดูใบไม้ผลิต-ฤดูร้อน เพื่อเก็บเกี่ยวในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ซึ่งจะทำให้เวียดนามมีข้าวออกสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

       นักวิเคราะห์กล่าวว่าเวียดนามซึ่งจำหน่ายข้าวราคาถูกกว่าข้าวไทยและคุณภาพดีกว่าข้าวจากพม่าหรือกัมพูชา มีโอกาสที่จะส่งออกข้าวได้ทั้งหมด 6.4 ล้านตันตามที่หลายฝ่ายคาดเอาไว้

       ถ้าหากเป็นเข่นนั้นจริงยอดส่งออกข้าวของเวียดนามซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับสองของโลก ถัดจากประเทศไทย ก็จะสูงเป็นประวัติการ เทียบกับ 4.7 ล้านตันเมื่อปีที่แล้ว และ 5.2 ล้านตันเมื่อปี 2549

       ขณะเดียวกันปีนี้กำลังจะเป็นปีแรกที่พม่ามีข้าวเหลือส่งออกปริมาณมากที่สุด นักวิเคราะห์ในตลาดเชื่อว่าปีนี้พม่าจะมีข้าวเหลือส่งออก 700,000-800,000 ตัน ขณะที่ตัวเลขของทางการระบุว่าเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นสองเท่าตัวเป็นประมาณ 400,000 ตัน เทียบกับเดือนเดียวกันปี 2551 โดยจำหน่ายในราคาที่ต่ำมาก

        ในช่วง 2 เดือนท้ายปี 2551 พม่าขายข้าวผสมข้าวหัก 25% ในราคาเพียงตันละ 260 ดอลลาร์ซึ่ง "สูงขึ้นจาก 220 ดอลลาร์ต่อตันหลังจากส่งออกได้อีกครั่งในเดือน พ.ย.” ทั้งนี้เป็นรายงานของกระทรวงพาณิชย์ที่เผยแพร่ในกรุงย่างกุ้งสัปดาห์กลางเดือน ม.ค. พม่าหยุดส่งออกข้าวลงในกลางไตรมาสที่สองของปีหลังถูกพายุพัดถล่มในเดือนพ.ค.

แหล่งที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา